# ไขข้อข้องใจ จ่ายเงิน 2 รอบ ช่วยให้พ้นหนี้ได้จริงไหม

- URL: https://entertostart.co/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88-%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99-2-%E0%B8%A3%E0%B8%AD/
- Date: 2023-09-15
- Category: บทความ (https://entertostart.co/category/article/)
- Author: Enter to Start Team (https://entertostart.co/author/entertostart-team/)
- Image: https://entertostart.co/images/wp-content/uploads/2023/09/202309152_Featured-Image.jpg

## KEY TAKEAWAYS

- นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ออกมาพูดถึงแนวคิดที่จะเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากแต่เดิมจ่ายเดือนละครั้ง เป็นจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน โดยแบ่งจ่ายทุกวันที่ 15 กับสิ้นเดือน

- การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือนอาจไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศนั้นจะใช้การจ่ายเงินเดือนแบบ 2 ครั้งต่อเดือนกันเป็นปกติ

- การจ่ายเงินแบบ 2 ครั้งต่อเดือน กับแบบเดือนละครั้ง ในมุมมองของผู้ได้รับเงิน จะมีความแตกต่างกันที่จำนวนเงินที่ได้รับในแต่ละครั้ง (แม้ยอดรวมจะเท่ากันก็ตาม) แต่ในส่วนของผู้จ่ายเงินอาจจะต้องดูเรื่องความยุ่งยากในการเบิกจ่ายเข้ามาด้วย

TABLE OF CONTENTS ** **

1. [การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน (ได้เงินปีละ 24 ครั้ง)](#section_1)

2. [การจ่ายเงินเดือนแบบเดือนละครั้ง (ได้เงินปีละ 12 ครั้ง)](#section_2)

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที กับการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย ออกมาพูดถึงแนวคิดที่จะแบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการออกเป็น 2 ครั้งต่อเดือน โดยแบ่งจ่ายทุกวันที่ 15 กับสิ้นเดือน โดยให้เหตุผลว่า เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคนที่มีหนี้สิน จะได้นำไปแบ่งจ่ายหนี้ได้เร็วขึ้น แต่เป็นทางเลือกเท่านั้น สามารถเลือกรับแบบเดิมก็ได้

แล้วจะช่วยได้จริงหรือไม่?

การจ่ายเงินเดือนนั้นมีหลายแบบกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นจ่ายเดือนละครั้ง การเงิน 2 ครั้งต่อเดือน (Semi-monthly) จ่ายทุก 2 สัปดาห์ (biweekly) หรือแม้แต่จ่ายทุกสัปดาห์ (OMG!) แต่บางแบบอาจจะไม่เป็นที่นิยมในไทย

หากแบ่งตามภูมิภาคจะพบว่า ในทวีปอเมริกา จะมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยในสหรัฐจะมีความถี่และกฎการจ่ายเงินที้แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ แต่ส่วนมากจะเป็นแบบจ่ายทุก 2 สัปดาห์ ขณะที่แคนาดาจะให้ลูกจ้างเลือกได้ ส่วนที่บราซิลนั้น ลูกจ้างต้องได้รับเงินเดือนอย่างน้อยเดือนละครั้ง และต้องได้รับโบนัส 1 เดือนตอนสิ้นปี

ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จะขึ้นอยู่กับสถานะของลูกจ้าง เช่น ในเบลเยียม พนักงานออฟฟิศจะได้รับเงินเดือนละครั้ง ส่วนกลุ่มผู้ใช้แรงงานจะได้รับเงิน 2 ครั้งต่อเดือนเป็นอย่างน้อย ขณะที่แซมเบีย พนักงานจะเลือกได้ว่าต้องการรับเงินแบบใด คล้ายกับในสหราชอาณาจักร และที่กาตาร์ พนักงานจะได้รับเงินทุก 2 สัปดาห์ เว้นแต่จะระบุในสัญญาไว้

ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิกนั้น ส่วนใหญ่จะจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละครั้ง และมีการจ่ายโบนัสให้ เว้นแต่รัสเซียที่ใช้การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน

ในที่นี้จะกล่าวถึงแค่การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน (ตามที่ระบุไว้) และจ่ายแบบเดือนละครั้งตามเดิม โดยจะเป็นการใช้ข้อมูลจากประเทศที่ใช้การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือนเป็นหลัก

## การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน (ได้เงินปีละ 24 ครั้ง)

การจ่ายเงิน 2 ครั้งต่อเดือน คือจ่ายวันที่ 15 กับสิ้นเดือน (หรือบางที่อาจเป็นวันแรกของเดือนกับกลางเดือน) ก็คือพนักงานจะได้รับเดือนละ 2 ครั้ง แต่ในที่นี้จะเป็นวันที่ 15 และ 30 หรือ 31 การจ่ายแบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่ได้รับเงินตามกำหนด

ข้อดีต่อพนักงานและนายจ้าง

1. พนักงานจะได้รับเงินในในเวลาที่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง

2. ช่วงรอรับเงินไม่นานเท่าแบบได้เงินเดือนละครั้ง

3. สามารถบริหารเงินได้ง่ายกว่าเพราะมีเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

4. เพิ่มความพึงพอใจให้พนักงาน เพราะการได้รับเงินบ่อยขึ้นจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับผลตอบแทนจากการทำงาน

ข้อเสียต่อพนักงานและนายจ้าง

1. บริหารเงินยากเพราะไม่ใช่เงินก้อนใหญ่

2. เป็นภาระกับฝ่ายเบิกจ่ายเงินเดือน

3. เกิดความสับสนว่าเงินที่ได้เป็นของช่วงไหน

4. ยุ่งยากในการจัดการเรื่องสวัสดิการ

5. เกิดความซับซ้อนหากมีเรื่อง OT เข้ามาเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ การจ่ายเงินแบบ 2 ครั้งต่อเดือนยังมีข้อดีต่อเศรษฐกิจ นั่นคือการที่พนักงานจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และนำไปใช้จ่ายให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบได้ตลอดเดือน

## การจ่ายเงินเดือนแบบเดือนละครั้ง (ได้เงินปีละ 12 ครั้ง)

ปกติจะเป็นการจ่ายในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส่วนวันที่กำหนดจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท โดยมากมักจะอยู่ระหว่างวันที่ 25-31 เหมาะกับพนักงานเต็มเวลาที่ได้เงินตามกำหนด

ข้อดีต่อพนักงานและนายจ้าง

1. พนักงานจะได้รับเงินในเวลาที่แน่นอน

2. สามารถบริหารเงินได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเพราะเป็นเงินก้อนใหญ่

3. สามารถคำนวณ OT ได้ง่าย

4. ลดงานให้ฝ่ายเบิกจ่ายเงินเดือน

ข้อเสียต่อพนักงานและนายจ้าง

1. หมดแล้วหมดเลย ต้องรอเงินเดือนออกครั้งต่อไป

2. พนักงานหมดใจทำงาน เฝ้ารอวันที่เงินเดือนจะออกครั้งต่อไป

ส่วนผลต่อเศรษฐกิจนั้น การจ่ายเงินเดือนละครั้งทำให้เกิดวันกิจกรรมอย่างศุกร์สิ้นเดือน หรือแคมเปญ PAYDAY ขึ้น ซึ่งจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างมหาศาลในช่วงดังกล่าว แต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ และกลับไปสูงอีกครั้งในวันเงินเดือนออกครั้งต่อไป

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะแบบใด ก็มีความยุ่งยากในการบริหารเงินทั้งคู่ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกัน ซึ่งต้องดูที่พฤติกรรมการวางแผนเงินของพนักงาน การเปลี่ยนจากรับเงินเดือนละครั้งมาเป็นเดือนละ 2 ครั้ง อาจเป็นปัญหาได้สำหรับคนที่ปัจจุบันมีหนี้อยู่และมีความจำเป็นต้องหมุนเงิน

ส่วนที่นายกเศรษฐาระบุว่า เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคนที่มีหนี้สิน จะได้นำไปแบ่งจ่ายหนี้ได้เร็วขึ้นนั้น เราอาจจะต้องไปดูตั้งแต่แรกว่า เพราะอะไรจึงเป็นหนี้ที่ใช้ไม่หมดมาตั้งแต่แรก รายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือไม่

#เงินเดือนข้าราชการ [#ประชุมสภา](https://twitter.com/hashtag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2?src=hashtag_click)

Reference: [realcheckstubs](https://www.realcheckstubs.com/blog/payroll/advantages-of-semi-monthly-pay-schedule), [mrpaystubs](https://www.mrpaystubs.com/semi-monthly-pay/), [cloudpay](https://www.cloudpay.com/resources/pay-frequency-around-the-world), [interviewkickstart](https://www.interviewkickstart.com/career-advice/semimonthly-vs-biweekly-pay-schedules), [tutorialspoint](https://www.tutorialspoint.com/semimonthly-payroll), [paystubsnow](https://www.paystubsnow.com/the-advantages-of-a-semi-monthly-pay-schedule/)

---

Image Reference: [Srettha Thavisin](https://mekhanews.com/2023/biography-settha-thavisin/)
