อย่ารอที่จะเริ่มการเดินทางของคุณ
บทความนี้เก็บกู้มาจากคลังอินเทอร์เน็ต (Internet Archive) หลังเว็บไซต์เดิมถูกปิดไป

หุ้นบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่สูญเสียมูลค่ารวม 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ จากภาวะเงินเฟ้อ เป็นสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

2022-10-31

KEY TAKEAWAYS


หลังการประกาศรายได้ประจำปีของบริษัทต่างๆ ซึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจนัก โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet (Google), Apple, Microsoft หรือแม้แต่ Meta (Facebook) สูญเสียมูลค่ารวมกันมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ ส่งผลให้เหล่านักลงทุนเกิดความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

หลังจากเผยผลการรายงานประจำปี หุ้นของ Amazon สูญเสียมูลค่ากว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการทำกำไรที่ไม่น่าพอใจนักในช่วงวันหยุดยาว (Holiday sell) และยังพบว่าผู้บริโภคเริ่มที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเข้าสู่ ‘มาตรการรัดเข็มขัด’ มากขึ้น

ขณะที่ Google สร้างรายได้ไปราว 8 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งมูลค่าลดลงหากเทียบกับรายได้ในช่วงวันจันทร์ (24 ตุลาคม 2565) ที่ผ่านมา นอกจากนี้การยิงโฆษณาใน Youtube ยังทำรายได้ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2019

บริษัทเทคฯ ระดับโลกอย่าง Microsoft ก็เช่นเดียว จากการรายงานประจำปีพบว่า การเติบโตของรายได้อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และอัตราการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้หุ้นร่วงถึง 7%

จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างพากันวิตกว่า อนาคตของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป และในอนาคต ไม่แน่ว่าราคาสินค้าเทคฯ อาจพุ่งสูงขึ้นอีก ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เงินในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ และจากผลการรายงานประจำปีของบริษัทเทคฯ ระดับโลกเหล่านี้ ยังสะท้อนให้ถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึง ‘สภาวะเศรษฐกิจ’ ที่ถดถอยในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตามเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้ Apple ตัดสินใจเริ่มมีการเพิ่มเงินในตลาดกว่า 1.78 แสนล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่าน โดยหวังว่าจะสามารถทำให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลับมาพุ่งขึ้นถึง 7.5% (เกือบจะปิดที่ 156 ดอลลาร์)

ทว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่า บริษัทเทคฯ เหล่านี้ จะยังเป็นแหล่งที่ดีต่อการลงทุนในระยะยาวต่อไป และเชื่อว่าแม้ช่วงหนึ่งบริษัทเหล่านี้อาจขาดทุนหรือไม่สามารถทำกำไรได้ แต่ต่อไปในอนาคตราคาหุ้นเหล่านี้จะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งแน่นอน

References: Businessinsider, Markets.Businessinsider

KEY TAKEAWAYS


หลังการประกาศรายได้ประจำปีของบริษัทต่างๆ ซึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจนัก โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet (Google), Apple, Microsoft หรือแม้แต่ Meta (Facebook) สูญเสียมูลค่ารวมกันมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ ส่งผลให้เหล่านักลงทุนเกิดความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

หลังจากเผยผลการรายงานประจำปี หุ้นของ Amazon สูญเสียมูลค่ากว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการทำกำไรที่ไม่น่าพอใจนักในช่วงวันหยุดยาว (Holiday sell) และยังพบว่าผู้บริโภคเริ่มที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเข้าสู่ ‘มาตรการรัดเข็มขัด’ มากขึ้น

ขณะที่ Google สร้างรายได้ไปราว 8 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งมูลค่าลดลงหากเทียบกับรายได้ในช่วงวันจันทร์ (24 ตุลาคม 2565) ที่ผ่านมา นอกจากนี้การยิงโฆษณาใน Youtube ยังทำรายได้ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2019

บริษัทเทคฯ ระดับโลกอย่าง Microsoft ก็เช่นเดียว จากการรายงานประจำปีพบว่า การเติบโตของรายได้อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี และอัตราการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้หุ้นร่วงถึง 7%

จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างพากันวิตกว่า อนาคตของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป และในอนาคต ไม่แน่ว่าราคาสินค้าเทคฯ อาจพุ่งสูงขึ้นอีก ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เงินในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ และจากผลการรายงานประจำปีของบริษัทเทคฯ ระดับโลกเหล่านี้ ยังสะท้อนให้ถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึง ‘สภาวะเศรษฐกิจ’ ที่ถดถอยในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตามเพื่อให้บริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้ Apple ตัดสินใจเริ่มมีการเพิ่มเงินในตลาดกว่า 1.78 แสนล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่าน โดยหวังว่าจะสามารถทำให้บริษัทกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลับมาพุ่งขึ้นถึง 7.5% (เกือบจะปิดที่ 156 ดอลลาร์)

ทว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่า บริษัทเทคฯ เหล่านี้ จะยังเป็นแหล่งที่ดีต่อการลงทุนในระยะยาวต่อไป และเชื่อว่าแม้ช่วงหนึ่งบริษัทเหล่านี้อาจขาดทุนหรือไม่สามารถทำกำไรได้ แต่ต่อไปในอนาคตราคาหุ้นเหล่านี้จะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งแน่นอน

References: Businessinsider, Markets.Businessinsider