อย่ารอที่จะเริ่มการเดินทางของคุณ
บทความนี้เก็บกู้มาจากคลังอินเทอร์เน็ต (Internet Archive) หลังเว็บไซต์เดิมถูกปิดไป

สรุปทิศทางเศรษฐกิจโลกจาก World Economic Forum 2023 โดย ท็อป จิรายุส

2023-03-13

KEY TAKEAWAYS


อินไซด์ทิศทางเศรษฐกิจโลกในอนาคตจาก World Economic Forum 2023 โดย ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้ธีม ‘Cooperation in a Fragmented World’ หรือ ‘ความร่วมมือในโลกที่แตกแยก’

ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 3,000 คน เยอะสุดในประวัติศาสตร์ของการจัดมาทั้งหมด 53 ปี ซึ่ง 3,000 คนที่มานี้มีหุ้นของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกรวมกันเกิน 50% ของ Market Cap พูดง่ายๆ คือเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนทิศทางของโลก ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราทุกคนควรรู้ทิศทางเหล่านี้

.ประเทศไทยมีโอกาสไปร่วมทั้งหมด 11 ท่าน จากรัฐบาล 2 และเอกชน 9 ท่าน และคุณท็อป จิรายุส ก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงได้นำมาแบ่งปันผ่านยูทูป ติดตามชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=dmZcYR1QiDU&t=719s และ https://www.youtube.com/watch?v=30IG1IfSsYk ทิศทางโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป มาดูกัน

EP.1 ทิศทางเศรษฐกิจโลกโดยรวม

หัวข้อสนทนาร่วมใน World Economic Forum 2023 ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มากที่จะกระทบทุกส่วนของโลกเลย ได้แก่

หัวข้อร่วมรองลงมาลำดับที่ 2

หัวข้อร่วมรองลงมาลำดับที่ 3

หัวข้อร่วมรองลงมาลำดับที่ 4

หัวข้อร่วมรองลงมาลำดับที่ 5

ส่วนเรื่องที่ได้มีการเจาะลึก

Session: What Next for Monetary Policy?

ชาวไทยควรปรับตัวอย่างไร

Session: Global Economic Outlook และ Secretary-General of the United Nations

ปัจจุบันโลกอยู่ในยุคที่เรียกว่า Perfect Storms ประกอบไปด้วย

สงครามรัสเซีย-ยูเครน

เกร็ด

EP.2 ทิศทางอาเซียน

ในปี 2024 อาเซียนจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจาก EP ที่แล้วคือเมื่อโลกแบ่งแยก ความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้น นโยบายประชานิยมเกิดขึ้น ต้องเปลี่ยนข้อกำหนด สนธิสัญญาต่างๆ ใหม่ ดังนั้นอาเซียนมีข้อได้เปรียบคือ 1. Swing Vote คือคาดเดาไม่ได้ว่าจะลงคะแนนเสียงไปอยู่ฝั่งไหน 2. เป็นพื้นที่ที่ยังเป็นสังคมอายุน้อย (ยกเว้นไทย) มีแรงทำงาน มองว่าเป็น Growth Engine ในอนาคต 3. รวมถึงยังมีพื้นที่ (Ocean) ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกเยอะมาก ซึ่งแปลว่ามีทรัพยากรอีกเยอะ

ภูมิภาคนี้จะก้าวเข้าสู่ยุคทองคำ มีเงินทุนไหลเข้ามาเยอะขึ้น มากที่สุดในประวัติศาสตร์ อนาคตสดใสมาก แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือในภูมิภาคอาเซียนก็จะแย่งกันเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นไข่แดงท่ามกลางไข่ขาว ทั้งนี้ในงานมีประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ได้นำเสนอวิธีการเพื่อที่จะได้เป็นไข่แดงของอาเซียนให้ได้

การดำเนินการของฟิลิปปินส์

การดำเนินการของอินโดนีเซีย

หลายคน (รวมถึงประธานาธิบดีของอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์) มองเป็นภาพเดียวกันว่าในปี 2024 อาเซียนจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นยุคทอง หลายประเทศแย่งกันเพื่อเป็นศูนย์กลางเพื่อให้ได้เงินลงทุนมามากที่สุด แต่ทั้งนี้อาเซียนต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน นักลงทุนจะได้เชื่อมั่นว่าภูมิภาคนี้มั่นคง อาเซียนแต่ละประเทศมีจุดเด่นตัวเอง ต้องหาให้เจอ เน้นจุดนั้น อย่า Copy กัน จับมือกันให้แข็งแรงเพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาในภูมิภาค

สิ่งที่ไทยต้องทำเพื่อแย่งชิงเป็นศูนย์กลางของอาเซียนคือต้องมีความสม่ำเสมอของนโยบาย ต้องมี Road Map ที่ดี ไม่อย่างนั้นเงินทุนก็จะไหลไปอยู่ประเทศอื่น ตอนนี้ไทยมีอุตสาหกรรม 2 ส่วนที่พยุง GDP คือ รถสันดาปและการท่องเที่ยว ซึ่งก็อาจสามารถก้าวผ่านช่องเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้นได้ แต่ในระยะยาวต้องมองหาความสามารถใหม่ได้ ทั้งนี้ต้องมองประเทศเพื่อบ้านที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ รวมถึงเวียดนามที่คาดการณ์ว่าอาจมี GDP แซงไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า

หน่วยงานหลักที่จะมีบทบาทสำคัญในอนาคตคือกระทรวงดิจิทัลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศที่มีต้นทุนดีอยู่แล้ว ขาดเพียงนโยบายและแรงจูงใจที่จะดึงเม็ดเงินเข้ามา

ทั้งนี้ไทยถือเป็นประเทศที่เล็กเกินกว่าจะสร้างอิมแพคให้โลกได้ แต่แม้เราจะเปลี่ยนทิศทางโลกไม่ได้ แต่อย่างน้อยการรู้ว่าโลกกำลังดำเนินไปในทิศทางไหนนั้น มันจะทำให้เราเตรียมตัวได้แต่เนิ่นๆ และเตรียมพร้อมที่จะคว้าโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้

References: Youtube(1), Youtube(2)