fbpx

Stagflation : เมื่อระบบเศรษฐกิจ ไม่เป็นเหมือนกับที่เราเรียนในหนังสือ

HomeEDUCATIONStagflation : เมื่อระบบเศรษฐกิจ ไม่เป็นเหมือนกับที่เราเรียนในหนังสือ

ช่องทางการติดตาม

ลองนึกภาพว่าเรากำลังนั่งอยู่บนรถ โดยที่เท้าข้างหนึ่งของเราอยู่ที่คันเร่ง เพื่อเร่งความเร็วเมื่อรถเคลื่อนที่ช้า และมือของเราอยู่ที่เบรค เพื่อชะลอรถเมื่อมันวิ่งแรงเกินไป โดยปกติแล้วมันก็ควรจะทำงานได้อย่างปกติใช่มั้ย 

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากว่ารถที่เรานั่งอยู่ เริ่มเบรคและเร่งความเร็วไปพร้อมๆ กัน ? ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Stagflation โลกของเศรษฐกิจอันแสนวุ่นวาย แต่ไม่ต้องกังวลไป วันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับมันไปพร้อมๆ กัน

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Stagflation

Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน เป็นเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญในงานเลี้ยงทางเศรษฐกิจ มันเป็นส่วนผสมของสองสิ่งที่เราไม่ชอบเข้าด้วยกันคือ การเติบโตที่ซบเซา (Stagnant) และ ภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น (inflation) 

คำนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1965 โดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษนามว่า Lain Macleod โดยเขาพยายามอธิบายถึงสถานการณ์ที่เศรษฐกิจกำลังประสบปัญหาภาวะว่างงานสูง และมีการเติบโตที่ชะลอตัว ในขณะที่ราคาสินค้านั้นแพงมากขึ้น ซึ่งเขานิยามว่ามันเหมือนกับการเดินขึ้นภูเขาในตอนที่เกิดแผ่นดินถล่ม

ในสถานการณ์ปกติ เศรษฐกิจที่เติบโตช้าสามารถแก้ได้ด้วยการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินของภาคธุรกิจต่ำลง ส่งสร้างการขยายตัวและการสร้างงาน ในทางกลับกัน เมื่อทุกอย่างโตเร็วเกินไป เราก็สามารถแก้ได้ด้วยการลดปริมาณเงินในระบบ โดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมเงินสูงขึ้น เกิดการใช้จ่ายที่ช้าลง และราคาสินค้าก็จะหยุดเพิ่มขึ้น

แต่ในสถานกาณณ์ที่เรียกว่า Stagflation การใช้มาตรการเหล่านี้เพื่อรักษาด้านหนึ่ง อาจทำให้ปัญหาอีกด้านหนึ่งรุนแรงขึ้น กลายเป็นว่าทุกอย่างบานปลายและยากต่อการแก้ไข

Stagflation กับเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อก็เหมือนกับการที่ค่าครองชีพสูงขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือ การที่เงินในกระเป๋าของคุณ มีค่าน้อยลงกว่าเดิม เมื่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น มาเจอกับสภาวะเศรษฐกิจซบเซา มันก็จะกลายเป็น Stagflation ซึ่งเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่ซ้ำซ้อน

สาเหตุของการเกิด Stagflation

Stagflation ไม่ใช่อะไรที่เกิดขึ้นเป็นประจำ มันเหมือนกับพายุที่สมบูณ์แบบที่ก่อตัวขึ้นเมื่อภาวะเศรษฐกิจหลายบางอย่างมารวมกัน และนี้คือตัวอย่าง

นโยบายแบบผสมผสาน : ลองนึกถึงสถานการณ์ที่รัฐบาลขึ้นภาษี ปล่อยให้คนใช้จ่ายน้อยลง ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางก็อัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ สิ่งนี้ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจช้าลง และสินค้าราคาแพงมากขึ้น

เกมการเงิน : ย้อนกลับไปสมัยก่อน สกุลเงินหลายสกุลมีมูลค่าผูกติดอยู่กับทองคำ ทำให้มีปริมาณเงินจำกัด แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องราวมันเปลี่ยนไปอีกแบบ เพราะเราได้มาใช้สิ่งที่เรียกว่า สกุลเงินเฟียต (Fiat Currency) ซึ่งเงินมีค่าเพราะรัฐบาลนั้นๆ บอกว่ามีค่า สิ่งนี้ทำให้ธนาคารกลางสามารถควบคุมเศรษฐกิจได้มากขึ้น แต่ก็สร้างความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่ออัตราเงินเฟ้อ

ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นแบบกระทันหัน : โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น สินค้าใช้ต้นทุนในการผลิตมากขึ้น และผู้คนมีรายได้ในการจับจ่ายใช้สอยน้อยลงเพราะพลังงานแพง Stagflation ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

แล้วเราจะรับมือกับ Stagflation ได้อย่างไร

จริงๆ วิธีการในการต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันนั้นมีหลากหลายมาก ขึ้นอยู่ว่าคุณเอาไปถามใคร

ถ้าคุณถามนักการเงิน เขาก็จะบอกให้ทำการควบคุมอัตราเงินเฟ้อก่อน ด้วยการลดจำนวนเงินในระบบ โดยกลยุทธ์นี้มีแนวโน้มที่จะลดการใช้จ่าย ทำให้ราคาสินคาลดลง แต่มีข้อเสียคือ วิธีนี้ไม่ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องไปแก้กันอีกตอนหลัง

ถ้าคุณไปถามนักเศรษฐศาสตร์ เขาก็จะบอกให้คุณเพิ่มอุปทาน ด้วยการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการควบคุมราคาพลังงาน การลงทุนเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และการอุดหนุนการผลิต

และถ้าคุณไปถามนักการตลาดเสรี เขาก็จะบอกว่าให้เชื่อมั่นในความสามารถในการแก้ไขต้นเองของตลาด พวกเขาเชื่อว่า ราคาของสินค้าที่สูง จะทำให้ความต้องการของผู้บริโภคน้อยลง และราคาก็จะลดลงในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้อาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล โดยประชาชนอาจต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปก่อน

Stagflation และ Cryptocurrency

คุณอาจจะกำลังสงสัยว่า แล้ว Stagflation ส่งผลต่อ Bitcoin และคริปโตสกุลอื่นๆ ยังไง 

ในช่วงที่เกิด Stagflation ผู้คนมีเงินลงทุนน้อยลง ทำให้ความต้องการในสกุลเงินดิจิทัลลดลง นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนรายใหญ่อาจหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่นคริปโต

ในตอนแรกรัฐบาล อาจจะพยายามควบคุมเงินเฟ้อด้วยการลดปริมาณเงินในระบบลง ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อความต้องการในตัวสกุลเงินดิจิทัล แต่เมื่ออัตราเงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว นโยบายที่กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลเชิงบวกกับตลาดคริปโต

บางคนอาจจะมองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น มูลค่าของเงินในธนาคารก็จะลดลง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ บางคนอาจหันไปถือ Bitcoin แทน เพราะมีความคิดว่า Bitcoin เป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีเนื่องจากมีปริมาณจำกัด อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผลในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง Stagflation

Stagflation ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เคยเจอกับ Stagflation มาก่อน โดยวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973 เมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันแห่งอาหรับ หรือ OPEC (The Organization of Arab Petroleum Exporting Countries) ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตร ทำการขายน้ำมันให้กับเฉพาะบางประเทศเท่านั้น เพื่อเป็นตอบโต้ประเทศที่ประกาศเป็นพันธมิตรกับประเทศอิสราเอลในสงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War)

ธนาคารกลางทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้พยายามลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำทำให้การกู้เงินมีต้นทุนถูกลง และเป็นแรงจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายมากกว่าการออมเงินเอาไว อย่างไรก็ตาม กลไกทั่วไปในการลดอัตราเงินเฟ้อคือการเพิ่มดอกเบี้ย

แต่เนื่องจากต้นทุนน้ำมันและพลังงาน เป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของผู้บริโภค และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไม่สามารถกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจได้มากพอ ทำให้ประเทศฝั่งตะวันตก ประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หรือ Stagflation

Stagflation เป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน เป็นปริศนาสำหรับนักเศรษฐศาสตร์และรัฐบาลที่คอยออกนโยบาย เป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาด เมื่อกลยุทธ์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจไม่สำเร็จและนำไปสู่เงินเฟ้อ หรืออะไรที่เลวร้ายกว่านั้น ในช่วงเวลาของ Stagflation การเข้าใจภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งปริมาณเงินในระบบ อัตราดอกเบี้ย อุปสงค์และอุปทาน และอัตราการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจสัตว์ร้ายที่ควบคุมได้ยากในโลกเศรษฐกิจอย่าง Stagflation ได้

Reference : Binance

Enter to Start Team
Enter to Start Teamhttps://entertostart.co
ทีมคนสร้างสื่อที่ตั้งใจจะสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปันข้อมูลในโลกธุรกิจ การลงทุน และคริปโต เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ ผ่านคอนเทนต์ที่ย่อยง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก

เรื่องยอดนิยมวันนี้

เรื่องยอดนิยม 7 วัน

เรื่องยอดนิยมวันนี้ | POPPULAR TODAY

เรื่องยอดนิยม 7 วัน | POPPULAR IN 7 DAYS

AOFverse ระดมทุน 3 ล้านดอลลาร์ ในรอบ Private Funding Round นำโดย Animoca Ventures

AOFverse ประกาศระดมทุนได้ 3 ล้านดอลลาร์ ในการระดมทุนรอบ private funding round นำโดย Animoca Ventures หลังก่อนหน้านี้เคยได้รับเงินทุนจาก Arbitrum Foundation ด้วย การระดมทุนได้ 3 ล้านดอลลาร์ นี้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญสำหรับ AOFverse ในการให้การส่งเสริมสำคัญแก่แผนขยายตัวของสตูดิโอและเน้นย้ำการเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมเกมมือถือ web3  การระดมทุนครั้งนี้ นอกจาก Animoca...

Worldcoin ราคาพุ่งกว่า 100% ทำ all-time high หลัง OpenAI เปิดตัว Sora AI

ราคา Worldcoin (WLD) ทำสติถิ all-time high หลังจากที่ OpenAI ทำการเปิดตัวโมเดล Sora AI ในสัปดาห์ที่แล้ว WLD ทำราคาเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเเพิ่มขึ้นกว่า 100% แตะที่ 6.384 ดอลลาร์ ในวันนี้ และมี market cap ประมาณ 825...

รัสเซียเตรียมเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง​ (CBDC) ในชื่อว่า “รูเบิลดิจิทัล” ภายในปี 2023

ธนาคารกลางแห่งรัสเซียได้ประกาศความเป็นไปได้ในการออก CBDC ในชื่อว่ารูเบิลดิจิทัล (Digital Ruble) ภายในปี 2023

Stripe กลับสู่สนามคริปโต! เตรียมเปิดรับการชำระเงินด้วย USDC 

Stripe แพลตฟอร์มชำระเงินชื่อดัง เตรียมกลับมาให้บริการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซีอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐ หลังจากการยุติการใช้ Bitcoin และการชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดเมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดยในช่วงเริ่มแรกจะรองรับเฉพาะ USDC ของบริษัท Circle เท่านั้น ในงานประชุม Global Internet Economy Conference เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา John Collison ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ของบริษัท Stripe ได้ประกาศข่าวดีว่า “ทางบริษัทเตรียมกลับมาเปิดให้บริการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซีอีกครั้ง...

OpenAI จับมือ G42 ในดูไบ เล็งขยาย AI สู่ตะวันออกกลาง

OpenAI บริษัทผู้สร้าง ChatGPT แชทบอทปัญญาประดิษฐ์ (AI) อันโด่งดัง และ G42 บริษัทเทคโนโลยีในดูไบ ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ในวันที่ 18 ตุลาคม เล็งขยายความสามารถด้าน AI สู่ตะวันออกกลาง

ผู้ถือ NFT ถูกใจสิ่งนี้ ‘NFT Tweet Tiles’ ฟีเจอร์ใหม่ที่จะอนุญาตให้ซื้อและขาย NFT ผ่านแพลตฟอร์มโดยตรง

Twitter ประกาศกำลังทดสอบฟีเจอร์ที่ชื่อ NFT Tweet Tiles ซึ่งจะอนุญาตให้ซื้อ ขาย NFT ผ่านแพลตฟอร์ม Twitter โดยตรง

ทำความรู้จัก Notcoin (NOT) เหรียญบน Telegram ที่จิ้มแล้วได้เงิน

Notcoin (NOT) เริ่มจากเกมบน Telegram ที่สร้างโดย Open Builder ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วไปรู้จักกับโลก Web3 ผ่านกลไกการขุดเหรียญแบบ tap-to-earn (จิ้มหน้าจอแล้วได้เงิน) ด้วยวิธีการเล่นและได้เงินที่ง่ายแสนง่าย ทำให้มียอดผู้เล่นกว่า 35 ล้านราย และยอด active user 6 ล้านราย ต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Notcoin จัดเป็นหนึ่งในเกมคริปโตที่เป็นที่นิยมมากที่สุด...

Arkham Intelligence เผยมีผู้ได้รับ airdrop Ethena มูลค่าเกือบ 2 ล้านดอลลาร์

พบผู้โชคดีได้รับ airdrop จาก Ethena Labs มูลค่าเกือบ 2 ล้านดอลลาร์ จากการแจก Ethena (ENA) เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา Arkham Intelligence ระบุว่า ผู้โชคดีดังกล่าวเป็นเจ้าของกระเป๋า 0xb56 ได้รับ 3.3 ล้าน Ethena คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.96...

Dogecoin เป็นของ Elon Musk? เปิดประวัติผู้สร้าง Dogecoin ตัวจริง

Dogecoin สุดยอดเหรียญมีมที่ทุกคนในโลกคริปโตต่างรู้จัก และน่าจะเป็นเหรียญมีมที่โด่งดังที่สุดสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้สนใจในคริปโต Dogecoin เคยช่วยพลิกสถานะทางการเงินของหลายคน ทำให้หลายคนร่ำรวยขึ้นมา เพียงแต่ผู้ที่สร้างเหรียญนี้กลับไม่ได้รับอะไรเช่นนั้นเลย เพราะอะไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เรามาหาคำตอบกัน

Wormhole เผยรายละเอียด Tokenomic กลุ่มไหนได้เท่าไหร่ดูได้ที่โพสต์นี้

Web3 มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมอินเทอร์เน็ตที่โปร่งใส trustless เปิดกว้าง และปลอดภัย วิสัยทัศน์นี้พึ่งพา ecosystem ที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ Web3 ecosystem ต้องการโปรโตคอลการส่งข้อความพื้นฐานที่ปลอดภัย decentralized ลดการ trust ลงให้น้อยที่สุด และเป็นโอเพ่นซอร์ส เมื่อ 3 ปีที่แล้ว Wormhole (@wormholecrypto) เปิดตัวโปรโตคอลการส่งข้อความทั่วไปตัวแรกที่เชื่อมต่อกับ Ethereum...

Richard Teng เผยเส้นทางจากการกำกับดูแลสายการเงินสู่ซีอีโอ Binance

เมื่อคืนที่ผ่านมา คุณ Richard Teng ซีอีโอของ Binance ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวการเดินทางจากสายการเงินแบบดั้งเดิมสู่โลก Web3 ใน Ask Me Anything โดย CoinMarketCap คุณ Richard ระบุว่า ตัวเค้ามาจากสายการเงินแบบดั้งเดิมและทำหน้าที่ในหน่วยงานกำกับดูแลเป็นส่วนใหญ่ แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงในปี 2017 ที่เค้าเดินทางไปสัมมนาในสหรัฐและได้เจอกับคนในวงการคริปโตมากมาย ซึ่งนั่นสร้างความสนใจให้กับเขา เพราะในมุมมองของคุณ Richard นั้น...

คึกคักสุด ๆ! ปริมาณซื้อขาย Spot Bitcoin ETF วันแรก พุ่งทะลุ 4.5 พันล้านดอลลาร์

Cointelegraph รายงานว่า ปริมาณการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ในวันแรกพุ่งทะลุ 4.5 พันล้านดอลลาร์ โดย ETF ของ BlackRock, Grayscale และ Fidelity มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด ขณะเดียวกัน ETF ของ Hashdex ยังไม่สามารถซื้อขายได้เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐยังไม่ได้อนุมัติแบบฟอร์ม...

บทความที่เกี่ยวข้อง | RELATED ARTICLE

Checklist 69 นโยบายเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล

Checklist 69 นโยบายเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล

ไขปริศนา Flash Loans ในโลก Decentralized Finance

เคยสงสัยกันไหมว่าโลกการเงินจะสนุก ตื่นเต้นด้วยเทคโนโลยีได้อย่างไร ? โลกของ Decentralized Finance ได้เปลี่ยนความคิดของเราเกี่ยวกับการเงิน และคริปโตเคอร์เรนซีได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า เงินสามารถอยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่ปลอดภัย และไร้พรมแดน ตอนนี้ DeFi ก้าวไปอีกขั้น เราสามารถทำสิ่งต่างๆ เช่น ยืมเงินและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องพึ่งธนาคารหรือคนกลาง วันนี้เราจะมาดูวิธีการทางการเงินที่ค่อนข้างแปลกและตื่นเต้นบนโลกของ DeFi ที่มีชื่อว่า Flash Loans กัน

ทำไมเราควรระวังการใช้ WiFi สาธารณะ

เวลาเราเจอ WiFi สาธารณะให้ใช้งานได้ฟรีๆ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบิน โรงแรม หรือร้านกาแฟ มันก็คงจะดูเป็นเรื่องดีใช่ไหม ? โดยเฉาพะเวลาเราต้องเดินทางไกล และยังต้องคอยเช็คข้อความหรืออีเมล  แต่สิ่งที่มากับความสะดวกสบายเหล่านั้น อาจจะต้องแลกมากับความปลอดภัยจาก WiFi สาธารณะ เคยได้ยินเรื่อง “Man in the Middle attack” กันไหม ?  มันคือการที่ใครบางคน แอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับการสื่อสารระหว่างคุณกับเว็บไซต์ต่างๆ และพยายามหลอกลวงให้คุณ...

ย้อนรอยวิกฤตการณ์ แฮมเบอร์เกอร์ เราเรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้ ?

“Subprime Mortage Crisis” หรือที่เรียกกันว่า “วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์” คือเหตุการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในรอบ 70 ปีที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก  หลายคนอาจจะสงสัย ในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ที่สำคัญคือ เราจะป้องกันวิกฤตเช่นนี้ในอนาคตได้อย่างไร

ไขปริศนา Flash Loans ในโลก Decentralized Finance

เคยสงสัยกันไหมว่าโลกการเงินจะสนุก ตื่นเต้นด้วยเทคโนโลยีได้อย่างไร ? โลกของ Decentralized Finance ได้เปลี่ยนความคิดของเราเกี่ยวกับการเงิน และคริปโตเคอร์เรนซีได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า เงินสามารถอยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่ปลอดภัย และไร้พรมแดน ตอนนี้ DeFi ก้าวไปอีกขั้น เราสามารถทำสิ่งต่างๆ เช่น ยืมเงินและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องพึ่งธนาคารหรือคนกลาง วันนี้เราจะมาดูวิธีการทางการเงินที่ค่อนข้างแปลกและตื่นเต้นบนโลกของ DeFi ที่มีชื่อว่า Flash Loans กัน

ย้อนรอยวิกฤตการณ์ แฮมเบอร์เกอร์ เราเรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้ ?

“Subprime Mortage Crisis” หรือที่เรียกกันว่า “วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์” คือเหตุการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในรอบ 70 ปีที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก  หลายคนอาจจะสงสัย ในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ที่สำคัญคือ เราจะป้องกันวิกฤตเช่นนี้ในอนาคตได้อย่างไร

คู่มือการลงทุนคริปโตสำหรับมือใหม่ฉบับสมบูรณ์

คู่มือการลงทุนคริปโตสำหรับมือใหม่ฉบับสมบูรณ์ (Ultimate Guide to Cryptocurrency Trading for Beginners) อะไรคือ Trading ? สมัยเด็กๆ คุณเคยแลกเปลี่ยนสิ่งของกับเพื่อนไหม ? อย่างเช่น นายเอารถทามิย่าของเราไปสิ แต่เราขอแลกกับตุ๊กตาพาวเวอร์เรนเจอร์นะ อะไรทำนองนี้ นี้แหละคือการแนวคิดพื้นฐานของ Trading เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่าย แต่ในโลกของการเงิน สิ่งของเหล่านั้นอาจเป็นหุ้น สกุลเงิน หรือคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งในปัจจุบัน Trading...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง | RELATED NEWS

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    Cookies Details

Save Settings