อย่ารอที่จะเริ่มการเดินทางของคุณ
บทความนี้เก็บกู้มาจากคลังอินเทอร์เน็ต (Internet Archive) หลังเว็บไซต์เดิมถูกปิดไป

7 ประเทศที่ชาวคริปโตต้องรัก เพราะเป็นมิตรต่อวงการคริปโต

2022-09-22

KEY TAKEAWAYS


การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมคริปโต เริ่มทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศต้องหันมามอง มาจับตามากขึ้น บางประเทศสร้างกฎระเบียบเพื่อไม่ให้ความผันผวนของราคาคริปโตส่งผลกระทบต่อประชาชน ในขณะที่บางประเทศก็พยายามสร้างผลประโยชน์ และหาทางทำให้เกิดอุตสาหกรรมคริปโตเพื่อสร้างโอกาสให้กับประเทศของตัวเอง

TABLE OF CONTENTS
  1. สิงคโปร์
  2. สวิตเซอร์แลนด์
  3. เนเธอร์แลนด์
  4. เอลซัลวาดอร์
  5. มอลตา
  6. โปรตุเกส
  7. สโลวีเนีย

และนี่คือ 7 ประเทศที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งนั่นหมายถึงมีข้อกำหนดหรือแนวทางปฏิบัติที่เอื้อให้คริปโตเติบโตได้ ตั้งแต่การรองรับการชำระเงินผ่านคริปโตฯ การสนับสนุนในเรื่องภาษีที่สมเหตุสมผล การให้ความรู้แก่ประชาชน ไปจนถึงการผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมคริปโตภายในประเทศ

7 ประเทศที่มีกฎระเบียบควบคุมอุตสาหกรรมคริปโตซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของนักลงทุนและผู้ประกอบการคริปโต

สิงคโปร์

Key Point : ภาษีคริปโตต่ำ ผู้ถือคริปโตไม่ต้องจ่ายภาษีกำไร และอนุญาตให้ก่อตั้งบริษัทคริปโตโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นเวลา 6 เดือน

สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรกับวงการคริปโต ด้วยการเก็บภาษีคริปโตต่ำ ผู้ถือคริปโตไม่ต้องจ่ายภาษีกำไร และอนุญาตให้ก่อตั้งบริษัทคริปโตโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นเวลา 6 เดือน

สิงคโปร์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรกับคริปโตมากที่สุดในโลก โดยได้พัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อผู้ประกอบการคริปโต เช่น อนุญาตให้ก่อตั้งบริษัทคริปโตโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตเป็นระยะเวลาหกเดือน และมีอัตราภาษีคริปโตที่ต่ำมาก ดังนั้นมันจึงดึงดูดเหล่านักลงทุนและองค์กรต่างๆ เข้ามาภายในประเทศ

Monetary Authority of Singapore ซึ่งเป็นธนาคารกลางของสิงคโปร์ ได้พัฒนากฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโตออกมา ซึ่งถือว่าเป็นกฎระเบียบที่มีความสมดุล ไม่ได้มุ่งเน้นสร้างกรอบที่คับแคบเกินไปจนคริปโตไม่มีโอกาสเติบโต แต่มุ่งไปที่การสร้างกรอบเพื่อป้องกันกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงิน

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจของสิงคโปร์ คือ ไม่ได้มองว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสกุลเงิน แต่เป็นการแลกเปลี่ยนโดยตรง (barter trades) ต่างหาก และผู้ที่ถือคริปโตหรือกองทุนคริปโตก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีกำไร (capital gains tax) แต่ทั้งนี้ถ้าเป็นบริษัทที่มีรายได้จากคริปโต เช่นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตหรือการรับการชำระเงินด้วยคริปโตก็จะต้องเสียภาษี

สวิตเซอร์แลนด์

Key Point : ประเทศแรกที่อนุญาตให้เปิดบัญชีธุรกิจของบริษัทคริปโต จัดให้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ และ BTC ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงินในบางรัฐ

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้เปิดบัญชีธุรกิจของบริษัทคริปโต จัดให้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ และ BTC ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงินในบางรัฐ

ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เป็นที่แรกที่อนุญาตให้บริษัทคริปโตเปิดบัญชีธุรกิจ และนั่นย้อนไปยังปี 2018 ซึ่งผู้นำบางประเทศยังไม่รู้จักคริปโตด้วยซ้ำ การอนุญาตครั้งนี้เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการใช้เงินดิจิทัลอย่างถูกกฎหมายและแพร่หลาย ในปัจจุบันสวิตเซอร์แลนด์จัดให้คริปโตเป็นสินทรัพย์ และสำหรับนักลงทุนที่ซื้อและถือคริปโตแบบรายบุคคลจะไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าลงทุนในนามบริษัทก็ต้องจ่ายภาษีตามปกติ

ในแต่ละรัฐของสวิตเซอร์แลนด์มีกฎระเบียบคริปโตที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็ถือว่าเป็นมิตรกับวงการคริปโตพอสมควร บางรัฐนั้นกำหนดให้ Bitcoin (BTC) เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงิน ยกตัวอย่างรัฐ ซูค (Zug) ซึ่งรู้จักกันในฐานะ ‘หุบเขาคริปโต (Crypto Valley)’ เพราะมีบริษัท ร้านค้า นักลงทุน ในวงการคริปโตและบล็อกเชนจำนวนมาก ซูคเป็นเมืองแรกในโลกที่ยอมรับการชำระเงินด้วย BTC ในปี 2016

เมืองซูค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รู้จักกันในฐานะ ‘หุบเขาคริปโต (Crypto Valley)’ เป็นเมืองแรกในโลกที่ยอมรับการชำระเงินด้วย BTC ในปี 2016

เนเธอร์แลนด์

Key Point : หน่วยงานควบคุมมีมุมมองที่ดีต่อคริปโต มีการสนับสนุนหน่วยงานวิจัยด้านบล็อกเชนและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากคริปโต

เนเธอร์แลน ประเทศนี้หน่วยงานควบคุมคริปโตของประเทศมีมุมมองที่ดีต่อคริปโต มีการสนับสนุนหน่วยงานวิจัยด้านบล็อกเชนและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากคริปโต

สิ่งที่จะส่งผลต่ออนาคตของคริปโตบางทีอาจจะเป็นมุมมองของหน่วยงานที่ดูแลควบคุมคริปโตก็ได้ อย่างเช่นในเนเธอร์แลนด์หน่วยงานที่ดูแลคือธนาคารแห่งชาติดัตช์ (Dutch National Bank) ซึ่งเจ้าหน้าที่มีมุมมองว่าคริปโตมีศักยภาพในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเหตุนี้ประชากรจึงใช้จ่ายสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้รัฐบาลยังมีการสนับสนุนหน่วยงานเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอีกด้วย

เอลซัลวาดอร์

Key Point : ยอมรับ BTC ในฐานะสกุลเงินที่ถูกกฎหมายประเทศแรกของโลก ประชาชนนิยมใช้ BTC เป็นช่องทางชำระเงิน

เอลซัลวาดอร์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการคริปโตในฐานะประเทศแรกของโลกที่ยอมรับ BTC ในฐานะสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย

ในขณะที่ซูคเป็นเมืองแรกที่ยอมรับการชำระเงินด้วย BTC ในปี 2016 แต่ในเดือนกันยายน 2021 เอลซัลวาดอร์เป็นที่รู้จักกันในวงการคริปโตว่าเป็นประเทศแรกของโลกที่ยอมรับ BTC ในฐานะสกุลเงินที่ถูกกฎหมายและใช้ควบคู่ไปกับสกุลเงินหลักของประเทศอย่างดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นจึงไม่มีการเก็บภาษีเงินได้และภาษีกำไรจากการซื้อขายหรือลงทุนในคริปโต เอลซัลวาดอร์จึงถือเป็นประเทศเป้าหมายอันดับต้นๆ ของนักลงทุนคริปโตเลยทีเดียว

อีกสิ่งที่ทำให้เอลซัลวาดอร์เป็นมิตรต่อคริปโตคือชาวเอลซัลวาดอร์นิยมใช้ BTC เป็นช่องทางการชำระเงินนั่นเพราะปัญหาโครงสร้างของประเทศที่ทำให้ประชาชนกว่า 70% ไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างธนาคารได้

Nayib Bukele ประะานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ ผู้ผลักดันให้ยอมรับ BTC ในฐานะสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย เขาเป็นผุ้ที่มีมุมมองที่ดีต่อ Bitcoin โดยเคยกล่าวไว้ว่า ‘Bitcoin คืออนาคต’

เอลซัลวาดอร์ยังคงพยายามที่จะเป็นศูนย์กลางของคริปโต ด้วยการวางแผนที่จะสร้าง ‘เมืองแห่งบิทคอยน์​ (Bitcoin City)’ แห่งแรกของโลก แม้ว่าจะถูกคัดค้านจากสถาบันการเงินภายในประเทศก็ตาม

มอลตา

Key Point : ความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ มีกฎหมายที่เอื้อต่อธุรกิจคริปโต มีการแบ่งคริปโตออกเป็นประเภทต่างๆ ตามคุณสมบัติ

มอลตา เป็นประเทศที่มีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ จึงพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อธุรกิจคริปโต มีการแบ่งคริปโตออกเป็นประเภทต่างๆ ตามคุณสมบัติ

มอลตาเป็นประเทศเล็กๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมโดยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (European Union: EU) ดังนั้นบริษัทคริปโตที่ก่อตั้งในมอลตาก็จะสามารถดำเนินธุรกิจได้ในทุกที่ของยุโรป มอลตาจึงใช้ความได้เปรียบนี้วางกลยุทธ์ด้านภูมิศาสตร์และสร้างกฎระเบียบที่เอื้อต่อธุรกิจคริปโต

มอลตายังเป็นประเทศแรกที่สร้างกรอบกฎหมายในการกำกับดูแลระบบนิเวศคริปโตซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการเติบโตในอนาคต เมื่อเดือนที่ผ่านมา มอลตาได้ผ่านร่างกฎหมายใหม่ล่าสุด 3 ฉบับ คือ

มอลตากลายเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีส่วนสำคัญยิ่งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมคริปโตฯ มีนักลงทุนหลั่งไหลเข้ามายังประเทศนี้ มีโปรเจกต์บล็อกเชนและบริษัทแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตหลายโปรเจกต์ตั้งอยู่ที่มอลตา หนึ่งในนั้นมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอย่าง Binance รวมอยู่ด้วย

โปรตุเกส

Key Point : ธุรกรรมคริปโตส่วนใหญ่ไม่ต้องจ่ายภาษี นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างเป็นคริปโตเคอร์เรนซีได้ มี Golden Visa เพื่อสนับสนุนนักลงทุนจากนอกสหภาพยุโรป

โปรตุเกส ธุรกรรมคริปโตส่วนใหญ่ไม่ต้องจ่ายภาษี นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างเป็นคริปโตเคอร์เรนซีได้ แต่คนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต้องเป็นคนที่อยู่ในสหภาพยุโรปเท่านั้น จึงมี Golden Visa เพื่อสนับสนุนนักลงทุนจากนอกสหภาพยุโรป

ในแง่ของกฎหมายภาษีคริปโต โปรตุเกสนับว่าเป็นอันดับต้นๆ ที่ภาษีคริปโตเอื้อต่อนักลงทุน เพราะพวกเขาถือว่าสกุลเงินดิจิทัลไม่ใช่สินทรัพย์ แต่เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายอีกรูปแบบหนึ่ง (legal tender) ซึ่งหมายความว่าธุรกรรมส่วนใหญ่ของคริปโตไม่ต้องจ่ายภาษี ยกเว้นการทำธุรกิจในฐานะองค์กรจึงจะต้องจ่ายภาษี นอกจากนี้รัฐบาลยังอนุญาตให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นคริปโตเคอร์เรนซีได้อีกด้วย

รัฐบาลโปรตุเกสได้จัดตั้ง ‘แผนปฏิบัติการช่วงเปลี่ยนผ่านดิจิทัล (Digital Transitional Action Plan)’ ในปี 2020 เพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับนวัตกรรมทางธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ซึ่งรวมไปถึงโปรเจกต์ ‘เขตปลอดภาษีทางเทคโนโลยี’ เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำการทดลองเกี่ยวกับบล็อกเชนและคริปโตฯ ได้

แต่แม้ว่าโปรตุเกสจะมีกฎหมายที่เอื้อต่อคริปโตแค่ไหน คนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ก็ยังต้องเป็นคนที่อยู่ในสหภาพยุโรปเท่านั้น ทางรัฐบาลบาลโปรตุเกสจึงแก้ข้อจำกัดด้วยการออก Golden Visa ซึ่งคนที่ถือวีซ่านี้จะได้รับประโยชน์แบบเดียวกัน

สโลวีเนีย

Key Point : มีกฎหมายเอื้อต่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ และไม่ต้องเสียภาษีจากการซื้อขายและการขุดเหมืองคริปโตฯ

สโลวีเนีย มีกฎหมายเอื้อต่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ และไม่ต้องเสียภาษีจากการซื้อขายและการขุดเหมืองคริปโตฯ

รัฐบาลสโลวีเนียจัดให้ bitcoin และคริปโตอื่นๆ เป็นเงินส่วนตัว (private money) และมีธนาคารในประเทศหลายธนาคารที่ให้บริการคริปโตฯ แต่ทั้งนี้สิ่งที่น่าสนใจคือกำไรที่ได้จากการซื้อขายคริปโตฯ จะไม่ถูกเก็บภาษีกำไร เนื่องจากคริปโตฯ ยังไม่ได้ถูกจัดประเภทอย่างเป็นทางการว่าเป็นสกุลเงินของสถาบันการเงินหรือนับเป็นหุ้น แต่หากเป็นบริษัทต้องจ่ายภาษีตามปกติ

กฎหมายสโลวีเนียยังเอื้อต่อแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย ซึ่งนั่นส่งผลให้ประชาชนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้สโลวีเนียยังเป็นดินแดนในฝันของเหล่านักขุดคริปโตฯ เพราะไม่ต้องเสียภาษีกำไรที่ได้จากการขุดอีกด้วย

แต่… ไม่ได้มีเพียงแค่ 7 ประเทศนี้เท่านั้นที่กฎหมายและโครงสร้างเอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโต ยังมีอีกหลายประเทศที่น่าสนใจ เช่น เยอรมัน จอร์เจีย เบลารุส เบอร์มิวด้า ไซปรัส ออสเตรีย และประเทศในทวีปแอฟริกาอย่างไนจีเรีย หรือแม้กระทั่งประเทศผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกา ก็มีมุมมองและท่าทีที่เป็นมิตรต่อคริปโตด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้หลายประเทศยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและการออกกฎหมาย และบางประเทศไม่ได้สนับสนุนวงการคริปโตอย่างเต็มที่ แต่ก็นับว่าคริปโตได้ก้าวมาถึงจุดที่รัฐบาลของแต่ละประเทศจับตามอง ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตเลยทีเดียว

References : Learn.bybit, C.com, Coinmarketcap, Globalcitizensolutions


Credits
Content Creator : กนกศักดิ์ เรือนทอง
Graphic Designer : ศุภัชฌา ใช้สติ
Admin : ณิชากร วิทยาวิวัฒน์สกุล
Editor : ประเสริฐ หงษ์สุวรรณ