อย่ารอที่จะเริ่มการเดินทางของคุณ
บทความนี้เก็บกู้มาจากคลังอินเทอร์เน็ต (Internet Archive) หลังเว็บไซต์เดิมถูกปิดไป

5 อีเว้นท์ใหญ่ครั้งสำคัญของ Ethereum

2022-09-20
5 อีเว้นท์ใหญ่ครั้งสำคัญของ Ethereum

KEY TAKEAWAYS


บล็อกเชน Ethereum ตั้งแต่แรกเริ่มนั้นทำงานด้วยระบบอัลกอริทึมฉันทามติ (Consensus Algorithm) แบบ Proof-of-Work (PoW) เช่นเดียวกับ Bitcoin ซึ่งระบบ PoW นั้นใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล กลายเป็นเป้าโจมตีของนักวิจารณ์ เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate change) ทำให้ Vitalik Buterin ผู้ก่อตั้ง Ethereum นั้นเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับระบบ Consensus Algorithm แบบที่กินไฟน้อยกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า อย่าง Proof-of-Stake (PoS)

TABLE OF CONTENTS
  1. The Merge
  2. The Surge
  3. The Verge
  4. The Purge
  5. The Splurge

นอกจากนี้หลายคนที่เคยใช้งานบล็อกเชน Ethereum ก็คงจะพอทราบว่า ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ในการทำธุรกรรมนั้นใช้เวลานาน และมีค่าธรรมเนียมที่แพงมาก ในบางครั้งพุ่งสูงถึงระดับหลายร้อยดอลลาร์ต่อหนึ่งธุรกรรมเลยที่เดียว

ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดจาก ระบบ PoW ของเครือข่าย Ethereum นั้นขาดความสามารถในการขยายเครือข่าย (Scalability) โดยในปัจจุบันสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ 12-15 ธุรกรรมต่อวินาทีเท่านั้น

การอัพเกรดของ Ethereum หรือที่เรียกกันว่า Ethereum 2.0 นั้นจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนอกจาก The Merge แล้วยังมีการอัพเกรดอีก 4 ตัวด้วยกันคือ Surge, Verge, Purge และ Splurge ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปทำความจะรู้จักกันว่าการอัพเกรดแต่ละครั้ง จะเปลี่ยน Ethereum อย่างไรบ้าง

5 การอัพเกรดครั้งสำคัญที่จะเกิดขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum ได้แก่ Merge, Surge, Verge, Purge และ Splurge ปัจจุบัน The Merge ได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2022

The Merge

The Merge ไม่ใช่การอัพเกรดเพื่อให้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมนั้นถูกลง แต่เป็นการเปลี่ยนระบบฉันทามติของ Ethereum จาก Proof-of-Work ไปเป็น Proof-of-Stake โดยบล็อกเชน Ethereum นั้นจะถูกผสานเข้ากับ Beacon Chain ซึ่งเป็นบล็อกเชนเสมือนที่ทำงานคู่ขนานกับ Ethereum ด้วยระบบ PoS มาตั้งแต่ปี 2020

การเปลี่ยนผ่านจาก PoW ไปเป็น PoS นั้นจะช่วยให้บล็อกเชน Ethereum นั้นมีความสามารถในการขยายเครือข่าย (Scalability) มากขึ้น มีความปลอดภัย (Security) มากขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Sustaninability) โดยจะลดการใช้พลังงานลงถึง 99.5% และทำให้อัตราเงินเฟ้อของ ETH นั้นลดลงกว่า 90%

ภาพแสดงการเปลี่ยนจากระบบ Proof-of-Work ไปเป็น Proof-of-Stake ด้วยการอัปเกรด The Merge | แหล่งข้อมูล Ethereum.org

ทาง Ethereum Foundation ได้กำหนดให้บล็อกที่ 58750000000000000000000 เป็นจุดเริ่มต้นของ The Merge โดยคาดว่าบล็อกดังกล่าวจะอยู่ในช่วงวันที่ 15-16 กันยายน 2022

The Surge

การอัพเกรดที่ทำให้บล็อกเชน Ethereum นั้นสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียมที่ถูกนั้นคือ The Surge ไม่ใช่ The Merge โดย The Surge คือการนำระบบ Sharding เข้ามาใช้กับบล็อกเชน Ethereum

ระบบ Sharding คือการนำโซลูชั่นการปรับขนาด (Scaling Solution) มาใช้ ด้วยการนำข้อมูลบนบล็อกเชน มาแบ่งออกเป็นชิ้นย่อยหลายๆ ชิ้นเพื่อให้ Validator (ผู้ทำหน้าที่คอยตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย) นั้นสามารถประมวลผลข้อมูลพร้อมๆ กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ Validator ใดประมวลผลเพียงหน่วยเดียว การทำแบบนี้จะช่วยให้ Ethereum สามารถประมวลผลธุรกรรมได้เร็วขึ้น และรองรับการทำธุรกรรมต่อวินาทีได้มากยิ่งขึ้น

Vitalik Buterin กล่าวว่า หลังจากที่ The Surge นั้นเสร็จเรียบร้อย บล็อกเชน Ethereum นั้นจะสามารถประมวลผลธุรกรรมได้ถึง 100,000 ธุรกรรม/วินาที โดยคาดว่า The Surge จะแล้วเสร็จในช่วงปี 2023

The Verge

The Verge คือการปรับปรุงบล็อกเชน Ethereum ด้วยการใช้ “Stateless Clients” และเปลี่ยนจาก Merkle Trees ไปเป็น Verkle Trees ซี่ง The Verge จะช่วยให้ Validator นั้นสามารถตัวสอบข้อมูลหรือธุรกรรมบนบล็อกเชนได้ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น รวมถึงทำให้มีความเป็น Decentralized มากขึ้นด้วย

Verkle Trees ทำให้ Validator นั้นไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดไปประมวลผล แต่จะนำข้อมูลเพียงส่วนเดียว หรือบางส่วนเท่านั้นไปใช้ในการยืนยันธุรกรรม โดยจะทำให้ Validator นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

นอกจากนี้จะทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมบน Ethereum นั้นรวดเร็วขึ้น และรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นอีกด้วย

The Purge

The Purge นั้นเป็นการอัพเกรดเกี่ยวกับข้อมูลบนบล็อกเชนเหมือนกับ The Verge เพียงแต่ The Purge นั้นจะทำการจัดการข้อมูลที่แต่ละโหนดนั้นต้องจัดเก็บ โดยจะช่วยลบข้อมูลในอดีตที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการข้อมูล ซึ่งจะช่วยลดความแอดอัดของเครือข่าย

The Splurge

เมื่อมีการอัพเกรดเสร็จสิ้น The Splurge จะเป็นการอัพเกรดขั้นตอนสุดท้าย โดยจะเป็นการอัพเกรดเบ็ดเตล็ดทั่วไปเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการอัพเกรด 4 รายก่อนหน้านี้

ทางด้าน Vitalik ได้กล่าวว่าการอัพเกรด The Merge นั้นจะทำให้ Ethereum 2.0 นั้นสำเร็จไปราว 50% และ The Surge จะทำให้สำเร็จไปกว่า 80%

References : Ethereum.org, Volt.capital, Decrypt.co, Cnet


Credits
Content Creator : สิรภพ วรมิศร์
Graphic Designer : ทัตพงศ์ มังคละกุล
Admin : ณิชากร วิทยาวิวัฒน์สกุล
Editor : ประเสริฐ หงษ์สุวรรณ